🎓 หลักสูตรฝึกอบรม · 15 โมดูล

AI เพื่อโลจิสติกส์และซัพพลายเชน: วางแผนเก่งขึ้น มองเห็นทั้งสายส่ง คนยังคุมการตัดสินใจ

หลักสูตรใช้ AI จัดเส้นทางขนส่ง พยากรณ์ดีมานด์ บริหารคลังสินค้า และมองเห็นทั้งซัพพลายเชน เพื่อช่วยให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน โดยยึดหลักง่าย ๆ ว่า AI ช่วยวางแผนและเสนอทางเลือก แต่คนยังเป็นผู้คุมการตัดสินใจ ความปลอดภัยของคนขับและข้อมูลลูกค้าต้องมาก่อนเสมอ

🧩 3 ระดับ🛠 เน้นลงมือทำ🇹🇭 ภาษาไทย
ภาพประกอบหลักสูตร AI เพื่อโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
จุดเด่นของแพลตฟอร์ม

AI เพื่อโลจิสติกส์และซัพพลายเชน เก่งเรื่องอะไร

AI ช่วยวางแผน คนยังคุมการตัดสินใจ คือหัวใจของทุกบท

ทุกตัวอย่างในหลักสูตรยึดหลักเดียวกัน คือ AI ช่วยจัดเส้นทาง พยากรณ์ และร่างเอกสารมาให้เราพิจารณาต่อ ไม่ใช่มาสั่งงานแทนคน สุดท้ายผู้จัดการคลัง ผู้วางแผนขนส่ง และคนขับก็ยังต้องเป็นคนตรวจ แก้ และรับผิดชอบเองอยู่ดี

🗺️

เจาะการจัดเส้นทางและพยากรณ์ดีมานด์ที่ลดต้นทุนได้จริง

สอนใช้เครื่องมือจัดเส้นทางอัจฉริยะ (route optimization) และ last-mile, การพยากรณ์ดีมานด์ (demand forecasting) และบริหารสินค้าคงคลัง เพื่อลดระยะทาง ค่าน้ำมัน ของขาดสต๊อกและของค้างสต๊อก โดยยังคำนึงถึงชั่วโมงขับของคนขับ

🧩

อ้างอิงระบบและเครื่องมือของจริงในปี 2025-2026

พูดถึงระบบที่ใช้จริงอย่าง WMS/TMS (SAP, Oracle, Blue Yonder, Manhattan, myCloudFulfillment), route engines (Google OR-Tools, Locus, NextBillion), control tower (project44, FourKites) และผู้ให้บริการขนส่งไทย Flash, Kerry, J&T, ไปรษณีย์ไทย, SCGJWD ตามข้อเท็จจริง

🌏

บริบทไทยเต็ม ๆ ทั้งศูนย์กลางอาเซียน EEC และศุลกากร

ยกบริบทจริงอย่างท่าเรือแหลมฉบัง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC), การค้าข้ามพรมแดน, พิกัดศุลกากร (HS code) และระบบ e-Customs / National Single Window (NSW) ของกรมศุลกากร รวมถึงห่วงโซ่ความเย็น (cold chain) ของอาหารและผลไม้ส่งออก

🔒

ดูแลข้อมูลลูกค้าและความปลอดภัยคนขับตั้งแต่ต้น

มีเรื่อง PDPA (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562) สำหรับข้อมูลลูกค้า พิกัดและที่อยู่, ความปลอดภัยและสวัสดิภาพคนขับ (ชั่วโมงขับ ความล้า) และการตรวจจับ AI มั่วข้อมูล (hallucination) เรื่องพิกัดศุลกากร ค่าขนส่ง และระยะทาง ให้ตรวจกับแหล่งจริงเสมอ

เส้นทางการเรียนรู้

สามระดับ · เป้าหมายเดียว

เลือกจุดเริ่มที่เหมาะกับตัวเอง แล้วค่อย ๆ ไต่ขึ้นทีละขั้น

ระดับ 1 5 โมดูล

พื้นฐาน AI สำหรับงานโลจิสติกส์

เข้าใจว่า AI ช่วยงานขนส่งอะไรได้ และทำไมคนต้องคุมการตัดสินใจเสมอ · 10-14 ชั่วโมง

ภาพรวม AI ในโลจิสติกส์ไทยปี 2025-2026 และหลัก AI ช่วยวางแผน คนคุมการตัดสินใจ; งานเอกสารขนส่ง ใบส่งของ ใบขนสินค้า อีเมลและสรุปสถานะด้วย AI; การถาม-สรุปค่าขนส่งและพิกัดศุลกากร พร้อมตรวจการมั่วข้อมูล; แชตบอตติดตามพัสดุหลายภาษาที่ส่งต่อพนักงานได้; และการดูแลข้อมูลลูกค้า/พิกัดตาม PDPA กับความปลอดภัยคนขับเบื้องต้น …

เข้าสู่บทเรียน →
ระดับ 2 5 โมดูล

วางแผนและมองเห็นทั้งซัพพลายเชนด้วย AI

จัดเส้นทาง พยากรณ์ดีมานด์ บริหารคลัง และมองเห็นความเสี่ยงทั้งสายส่ง · 14-18 ชั่วโมง

จัดเส้นทางอัจฉริยะ (route optimization) และ last-mile; พยากรณ์ดีมานด์และบริหารสินค้าคงคลัง/คลังสินค้า (WMS + AI); การมองเห็นทั้งซัพพลายเชน (visibility/control tower) และจัดการความเสี่ยงเมื่อเกิดการหยุดชะงัก; คลังอัตโนมัติ กล้อง+AI และการจัดการกองรถ (fleet/telematics); และการค้าข้ามพรมแดน ศุลกากรและ e-commerce fulfillment ในบริบท EEC …

เข้าสู่บทเรียน →
ระดับ 3 5 โมดูล

ระบบข้อมูล ต้นทุน และความยั่งยืนระดับองค์กร

วางระบบข้อมูลซัพพลายเชน คุมต้นทุน ความปลอดภัยไซเบอร์ และความยั่งยืน · 18-22 ชั่วโมง

วางระบบข้อมูลซัพพลายเชน (control tower) กับ AI agents และการเชื่อม TMS/WMS/ERP; การเงิน ต้นทุนโลจิสติกส์และ ROI พร้อมพลังงาน/EV/คาร์บอน; ความมั่นคงไซเบอร์และ PDPA ของข้อมูลพิกัด/ลูกค้า; กำลังคนและความปลอดภัยคนขับในยุค human-AI; และกลยุทธ์ ความยั่งยืน กับการกำกับดูแล/จริยธรรมระดับองค์กร …

เข้าสู่บทเรียน →
💼

Use Cases โลจิสติกส์: ตัวอย่างการใช้ AI จริงในแต่ละสายงาน (พร้อมคำเตือน)

ขนส่งพัสดุ/last-mile คลัง/fulfillment ขนส่งเย็น freight forwarder e-commerce กองรถ ท่าเรือ/ศุลกากร และจัดซื้อ ทุกตัวอย่างยึดหลัก AI ช่วยวางแผน คนตัดสินใจ

🛠️

เครื่องมือ & ข้อมูล: TMS/WMS copilots, route engines, forecasting และ RAG

ตารางเทียบเครื่องมือ พร้อม prompt และหลักการเลือกให้เหมาะกับ SME หรือองค์กรใหญ่ ทั้งเรื่องต้นทุน ข้อมูล และการเชื่อมระบบเดิม

⚖️

ความปลอดภัย & PDPA: ข้อมูลลูกค้า/พิกัด สวัสดิภาพคนขับ และเส้นที่ห้ามข้าม

รวมเรื่อง PDPA ข้อมูลพิกัด/ที่อยู่ ความปลอดภัยคนขับ ความมั่นคงไซเบอร์ ผลต่อแรงงาน พลังงาน/คาร์บอน และเส้นแบ่งด้านจริยธรรมของทั้งหลักสูตร

กลุ่มเป้าหมาย

หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร

ระดับกลุ่มเป้าหมายความคาดหวังหลังเรียน
Foundationพนักงานคลังสินค้า ธุรการขนส่ง เจ้าหน้าที่ประสานงาน (dispatcher) เจ้าของร้านค้าออนไลน์ที่ส่งพัสดุเอง และคนขับ/หัวหน้าสายที่เพิ่งเริ่มใช้ AI ยังไม่มั่นใจเรื่องข้อมูลลูกค้าและความปลอดภัยใช้ AI ช่วยร่างเอกสารขนส่ง สรุปสถานะ และตอบลูกค้าได้อย่างปลอดภัย รู้ว่างานไหนห้ามให้ AI ตัดสินเอง และจับได้เบื้องต้นเวลา AI มั่วเรื่องพิกัดศุลกากร ค่าขนส่งหรือระยะทาง
Intermediateผู้วางแผนขนส่ง (transport planner) ผู้จัดการคลัง นักวางแผนดีมานด์ ทีมจัดซื้อ หัวหน้ากองรถ และทีม IT/ระบบของบริษัทขนส่งและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (3PL)ออกแบบการใช้ AI จัดเส้นทาง พยากรณ์ดีมานด์ บริหารคลัง (WMS) และมองเห็นทั้งซัพพลายเชน (visibility) โดยมีคนกำกับทุกจุด พร้อมคุมความเสี่ยงเมื่อเกิดการหยุดชะงัก และดูแลชั่วโมงขับของคนขับ
Advancedผู้บริหารซัพพลายเชน (Head of Supply Chain), COO, ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ, เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO), ทีมกลยุทธ์/ความยั่งยืน และคนที่ต้องจัดซื้อหรือวางระบบ TMS/WMS/control towerวางระบบข้อมูลซัพพลายเชนและ AI agents ระดับองค์กร คุมต้นทุนและ ROI ประเมินความมั่นคงไซเบอร์และ PDPA กำกับดูแลด้านความปลอดภัยคนขับ พลังงาน/คาร์บอน และกำหนดกลยุทธ์/จริยธรรม
ผลลัพธ์การเรียนรู้

เมื่อจบทั้งสามระดับ คุณจะสามารถ…

1

แยกออกว่างานไหนใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย เช่น การร่างเอกสารขนส่ง จัดเส้นทาง (route optimization) พยากรณ์ดีมานด์ และสรุปสถานะ ส่วนงานไหนที่คนต้องเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย เช่น การยอมรับความเสี่ยง การสั่งเดินรถในสภาพอันตราย หรือการเคลมประกัน โดยยึดหลัก AI ช่วยวางแผน คนคุมการตัดสินใจ

2

ใช้ LLM copilots (ChatGPT, Microsoft Copilot, Gemini, Claude) ช่วยงานเอกสารขนส่ง เช่น ใบส่งของ ใบขนสินค้า อีเมลลูกค้า และสรุปสถานะการจัดส่ง แบบร่างไว้ให้คนตรวจก่อน (draft-for-review) พร้อมเทคนิคเขียน prompt ภาษาไทยที่นำไปใช้ได้จริง

3

จัดเส้นทางอัจฉริยะ (route optimization) และวางแผนส่งของด่านสุดท้าย (last-mile) ให้ลดระยะทาง ค่าน้ำมัน และการปล่อยคาร์บอน โดยยังคำนึงถึงชั่วโมงขับและความล้าของคนขับ ไม่เร่งงานจนเกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

4

พยากรณ์ดีมานด์ (demand forecasting) และบริหารสินค้าคงคลัง/คลังสินค้าด้วยระบบ WMS ที่เสริมด้วย AI เพื่อลดของขาดสต๊อก (stockout) และของค้างสต๊อก (overstock) รวมถึงจัดพื้นที่หยิบของ (picking) ในคลังให้เร็วขึ้น

5

มองเห็นทั้งซัพพลายเชน (supply chain visibility) ผ่านศูนย์ควบคุม (control tower) เตรียมรับและตอบสนองต่อการหยุดชะงัก (disruption) เช่น น้ำท่วม ปิดด่าน หรือของขาด และเชื่อมข้อมูลจาก TMS/WMS/ERP เข้าด้วยกัน

6

ตรวจจับการมั่วข้อมูล (hallucination) ของ AI เรื่องพิกัดศุลกากร (HS code) ค่าขนส่ง อัตราภาษี และระยะทาง โดยยืนยันกับแหล่งจริงเสมอ เช่น กรมศุลกากร ระบบ e-Customs / National Single Window (NSW) และผู้ให้บริการขนส่ง ก่อนนำไปใช้ทำเอกสารหรือคิดราคา

7

ดูแลข้อมูลลูกค้า พิกัด และที่อยู่ตาม PDPA (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562) วางกติกาความปลอดภัยไซเบอร์ ปกป้องสวัสดิภาพคนขับ และคำนึงถึงผลต่อแรงงานและสิ่งแวดล้อม (พลังงาน/คาร์บอน) เมื่อนำ AI มาใช้จริง