🎓 หลักสูตรฝึกอบรม · 18 โมดูล

AI Agents & Automation อย่างมืออาชีพ: สร้างระบบอัตโนมัติและ AI Agent ที่ใช้งานได้จริง (โค้ดน้อยถึงไม่ต้องโค้ด)

หลักสูตรที่เน้นให้ลงมือทำจริง พาคุณจากที่ไม่รู้อะไรเลย ไปจนสร้างผู้ช่วย AI ที่ทำงานแทนเราได้ (AI Agent) และระบบทำงานอัตโนมัติ (workflow) ที่เอาไปใช้กับงานจริงได้ ด้วยเครื่องมืออย่าง n8n, Make, Zapier, MCP และ RAG อิงจากวิธีที่คนทำงานจริงเขาใช้กันในปี 2025-2026 รวมถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย (PDPA)

🧩 3 ระดับ🛠 เน้นลงมือทำ🇹🇭 ภาษาไทย
ภาพประกอบหลักสูตร AI Agents
จุดเด่นของแพลตฟอร์ม

AI Agents เก่งเรื่องอะไร

อิงของจริงปี 2025-2026

ทุกบทเรียนอิงจากเวอร์ชันและฟีเจอร์ล่าสุดจริง ๆ เช่น n8n 2.0 (ธ.ค. 2025), ข้อกำหนดของ MCP ฉบับ 2025-11-25, รายการช่องโหว่ 10 อันดับของ AI (OWASP Top 10 for LLM) ปี 2025 และกฎหมาย AI ของสหภาพยุโรป (EU AI Act) ที่เริ่มบังคับใช้ 2 ส.ค. 2026 พร้อมป้ายเตือนตรงจุดที่เปลี่ยนแปลงบ่อย

🧩

เทียบ 3 แพลตฟอร์มแบบตรง ๆ ไม่อวย

ได้ลองของจริงทั้ง n8n (ปรับแต่งได้เยอะ ติดตั้งบนเครื่องเราเองได้ และถูกสุดเมื่องานเริ่มโต), Make (คุ้มค่า และแตกเงื่อนไขทำงานหลายทางได้) และ Zapier (ใช้ง่าย เชื่อมต่อกับแอปอื่นได้เยอะสุด) พร้อมเทียบวิธีคิดราคาของแต่ละเจ้า ทั้งแบบคิดต่อรอบทำงาน (execution), ต่อขั้นตอน (operation) และต่องาน (task) ให้เห็นกันชัด ๆ

⚙️

บริบทไทยและ PDPA เป็นแกนหลัก

เจาะลึกเรื่องการเก็บข้อมูลไว้ในประเทศ (data residency) ด้วยการติดตั้ง n8n ไว้บนเครื่องในไทยเอง, ตัวเลือกโมเดล AI ภาษาไทย (Thai LLM) อย่าง Chinda 4B ของ iApp, ThaiLLM ของ NSTDA และ OpenThaiGPT รวมถึงช่องทาง LINE ที่ลูกค้าคนไทยใช้กันมากที่สุด

🚀

ให้คนคอยกำกับและวางกติกา ไม่ใช่ของแถม

สอนวิธีให้คนคอยตรวจก่อน AI ลงมือ (Human-in-the-Loop หรือ HITL) คือให้คนกดอนุมัติก่อน AI ทำเรื่องสำคัญ โดยกั้นเฉพาะจุดที่พลาดแล้วเจ็บจริง (เช่น โอนเงิน ส่งอีเมลถึงลูกค้า หรือลบข้อมูล) ตั้งเวลาหมดอายุ (timeout) และทางสำรองเผื่อพลาด (fallback) ไว้เสมอ พร้อมวางกติกาความปลอดภัย (guardrails) ในระดับตัวแพลตฟอร์ม ตามหลักที่ว่า AI ที่แค่คิดได้ ต้องไม่ปล่อยให้ลงมือทำเอง

📚

คุมค่าใช้จ่ายและพร้อมใช้งานจริง

สอนเทคนิคจำคำสั่งที่ใช้ซ้ำเพื่อลดค่าใช้จ่าย (prompt caching ประหยัดได้ราว 90%), การส่งงานเป็นชุดใหญ่ทีเดียว (batch API ประหยัดได้ราว 50%), การเลือกโมเดลให้เหมาะกับงาน, การลองใหม่เมื่อพลาดและรับมือเมื่อถูกจำกัดจำนวนครั้งเรียกใช้ (retry / rate-limit) รวมถึงช่องว่างระหว่าง "รันบนเครื่องเราแล้วเวิร์ก" กับ "รับผู้ใช้งานจริงจำนวนมากไหว"

🎯

เทมเพลตและ MCP พร้อมใช้

มีแบบสำเร็จรูป (blueprint) ของระบบอัตโนมัติให้หยิบไปใช้ได้เลย เช่น ช่วยร่างข้อความตอบลูกค้า, แชตบอตที่ตอบจากข้อมูลของเรา (RAG), คัดกรองลูกค้ามุ่งหวัง (lead) และจัดการใบแจ้งหนี้ พร้อมสอนออกแบบให้ทำงานกับ MCP ตั้งแต่แรก คือเชื่อมเครื่องมือครั้งเดียว แล้วใช้ได้กับทุกโมเดล

เส้นทางการเรียนรู้

สามระดับ · หนึ่งเป้าหมาย

เลือกจุดเริ่มที่เหมาะกับคุณ แล้วค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นทีละขั้น

ระดับ 1 6 โมดูล

Foundation: พื้นฐานการทำงานอัตโนมัติด้วย AI ที่ใช้ได้จริง

เข้าใจแนวคิดหลัก สร้างระบบอัตโนมัติ (workflow) ตัวแรกที่มี AI ทำงานอยู่ในนั้น และเลือกแพลตฟอร์มให้ถูกกับงาน โดยยังไม่ต้องเขียนโค้ดหนัก · 18-24 ชั่วโมง

ระบบทำตามขั้นตอน (workflow) กับผู้ช่วย AI (AI Agent) ต่างกันยังไง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนทุกอย่าง; ชิ้นส่วนพื้นฐานที่ประกอบกันเป็นระบบ ทั้งตัวจุดชนวนให้เริ่มทำงาน (Trigger), หน่วยการทำงาน (Node), ช่องรับสัญญาณจากภายนอก (Webhook) และการเชื่อมต่อระหว่างระบบ (API); n8n เบื้องต้น แพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อ AI โดยเฉพาะและติดตั้งบนเครื่องเราเองได้; Zapier และ Make ทางเลือกแบบใช้ผ่านคลาวด์ที่ง่ายและคุ้มค่า …

เข้าสู่บทเรียน →
ระดับ 2 6 โมดูล

Intermediate: สร้างผู้ช่วย AI จริง ต่อ RAG และเชื่อมด้วย MCP

ยกระดับจากระบบทำตามขั้นตอน (workflow) ไปสู่ผู้ช่วย AI (agent) ที่ตัดสินใจเองได้ ตอบจากข้อมูลของบริษัทเรา และเชื่อมเครื่องมือด้วยมาตรฐาน MCP · 24-30 ชั่วโมง

การเรียกใช้เครื่องมือ (Tool-calling / Function-calling) กลไกที่ทำให้ผู้ช่วย AI ลงมือทำงานจริงได้; สร้างผู้ช่วย AI บน n8n ด้วย AI Agent Node; พื้นฐานการให้ AI ตอบจากข้อมูลของเรา (RAG) เพื่อให้ตอบจากข้อมูลบริษัทได้; ฐานข้อมูลแบบเวกเตอร์ (Vector Database) เลือกใช้ pgvector, Qdrant หรือ Pinecone …

เข้าสู่บทเรียน →
ระดับ 3 6 โมดูล

Advanced: วางโครงระบบใช้งานจริง, ผู้ช่วย AI หลายตัวทำงานร่วมกัน และการกำกับดูแล

ออกแบบระบบผู้ช่วย AI (agent) ระดับใช้งานจริง (production) ที่ปลอดภัย ตรวจสอบย้อนหลังได้ สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA และ EU AI Act และเลือกชุดเครื่องมือพัฒนา (framework) เมื่อการต่อแบบไม่เขียนโค้ด (no-code) เอาไม่อยู่ · 30-36 ชั่วโมง

การให้คนคอยตรวจก่อน AI ลงมือ (Human-in-the-Loop) ระดับใช้งานจริง กั้นให้ถูกจุด; การกำกับดูแลและความปลอดภัย ทั้งช่องโหว่ 10 อันดับของ AI (OWASP Top 10 for LLM) และการวางกติกาความปลอดภัย (guardrails); เรื่อง PDPA, การเก็บข้อมูลไว้ในประเทศ (data residency) และโมเดล AI ภาษาไทย (Thai LLM) ในบริบทไทย; ผู้ช่วย AI หลายตัวทำงานร่วมกัน (Multi-Agent) และชุดเครื่องมือพัฒนา เมื่อการต่อแบบไม่เขียนโค้ดเอาไม่อยู่ …

เข้าสู่บทเรียน →
กลุ่มเป้าหมาย

หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร

ระดับกลุ่มเป้าหมายความคาดหวังหลังเรียน
Foundation (ผู้เริ่มต้น)เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก (SME), พนักงานสายปฏิบัติการ การตลาด ฝ่ายบุคคล และคนที่เขียนโค้ดไม่เป็นเลย ที่อยากลดงานซ้ำ ๆ ด้วยระบบอัตโนมัติสร้างระบบอัตโนมัติ (workflow) ที่มี AI ทำงานอยู่ในนั้นและใช้งานได้จริง เข้าใจว่าระบบทำตามขั้นตอน (workflow) กับผู้ช่วย AI (agent) ต่างกันยังไง และเลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับงานของตัวเองได้
Intermediate (ระดับกลาง)ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติ, นักวิเคราะห์ธุรกิจ, เจ้าของผลิตภัณฑ์ และนักพัฒนาสายที่เขียนโค้ดน้อยหรือไม่เขียนเลย (no-code/low-code) ที่อยากสร้างผู้ช่วย AI (AI Agent) แบบจริงจัง ต่อ RAG เข้ากับข้อมูลขององค์กร และเชื่อมเครื่องมือผ่าน MCPสร้างผู้ช่วย AI ที่เรียกใช้เครื่องมือ (tool-calling), ตอบจากข้อมูลของเรา (RAG) และเชื่อมด้วย MCP ได้ วางระบบให้คนคอยตรวจก่อน AI ลงมือ (Human-in-the-Loop) และคุมค่าใช้จ่ายของ AI เป็น พร้อมส่งมอบระบบที่รองรับผู้ใช้งานจริงจำนวนมากได้
Advanced (ระดับสูง)สถาปนิกโซลูชัน, วิศวกร AI, ทีมดูแลแพลตฟอร์มและความปลอดภัย และหัวหน้าทีมเทคนิค ที่ต้องออกแบบโครงระบบผู้ช่วย AI หลายตัวทำงานร่วมกัน (multi-agent), วางแนวทางกำกับดูแล และดูแลระบบใช้งานจริง (production) ที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายออกแบบโครงระบบแบบผสมและแบบผู้ช่วย AI หลายตัว (hybrid/multi-agent) ระดับใช้งานจริง วางกติกาความปลอดภัย (guardrails), การเก็บบันทึกไว้ตรวจย้อนหลัง (audit logging), การทำให้ถูกกฎหมาย PDPA และ EU AI Act และเลือกชุดเครื่องมือพัฒนา (framework) อย่าง LangGraph, LlamaIndex, CrewAI หรือ AutoGen ให้เหมาะกับงาน
ผลลัพธ์การเรียนรู้

เมื่อจบทั้งสามระดับ คุณจะสามารถ…

1

บอกได้ชัดว่างานไหนควรใช้ระบบที่ทำตามขั้นตอนตายตัว (workflow แบบ deterministic) งานไหนควรใช้ผู้ช่วย AI (AI Agent) และงานไหนควรผสมสองแบบเข้าด้วยกัน (hybrid) คือมีระบบทำตามขั้นตอนครอบไว้ด้านนอก แล้วมีส่วนที่ AI ตัดสินใจเองอยู่ข้างใน

2

สร้างระบบอัตโนมัติ (workflow) ได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ตัวจุดชนวนให้เริ่มทำงาน (trigger), หน่วยการทำงานและคำสั่ง (node/action), เงื่อนไข (condition), ช่องรับสัญญาณและการเชื่อมต่อ (webhook/API) ไปจนถึงส่วนที่ให้ AI ทำงาน บนทั้ง n8n, Make และ Zapier

3

สร้างระบบ RAG (ให้ AI ค้นข้อมูลของเราก่อนตอบ) ที่ตอบจากข้อมูลบริษัทได้ ครบทุกขั้น ตั้งแต่นำข้อมูลเข้า (ingestion), ค้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (retrieval), เสริมข้อมูลนั้นเข้าไปในคำถาม (augmentation) จนถึงให้ AI สร้างคำตอบออกมา (generation) พร้อมเลือกฐานข้อมูลแบบเวกเตอร์ (vector DB) อย่าง pgvector, Qdrant หรือ Pinecone ให้พอดีกับปริมาณข้อมูล

4

เชื่อมเครื่องมือและข้อมูลเข้ากับผู้ช่วย AI (agent) ผ่าน MCP (Model Context Protocol) รวมถึงใช้ MCP Client node และการตั้ง MCP ในระดับทั้งเซิร์ฟเวอร์ (instance-level) บน n8n 2.0

5

วางระบบให้คนคอยตรวจก่อน AI ลงมือ (Human-in-the-Loop) และวางกติกาความปลอดภัย (guardrails) ให้ถูกจุด คือกั้นเฉพาะเครื่องมือที่พลาดแล้วเสียหายหนัก พร้อมตั้งเวลาหมดอายุ (timeout) และทางสำรองเผื่อพลาด (fallback) ไว้เสมอ

6

คุมค่าใช้จ่ายของ AI ด้วยการจำคำสั่งและข้อมูลที่ใช้ซ้ำ (prompt/context caching), การส่งงานเป็นชุดใหญ่ทีเดียว (batch API) และเลือกโมเดลราคาถูกสำหรับงานที่แค่แยกประเภทหรือจัดเส้นทาง (routing/classification) พร้อมรับมือเมื่อถูกจำกัดจำนวนครั้งเรียกใช้ (rate limit) และจัดการข้อผิดพลาด (error handling) ในระดับใช้งานจริง

7

ประเมินและลดความเสี่ยงตามรายการช่องโหว่ 10 อันดับของแอป AI (OWASP Top 10 for LLM Applications ปี 2025) และวางระบบให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA รวมถึงทางเลือกในการติดตั้งบนเครื่องเราเอง (self-host) และใช้โมเดล AI ภาษาไทย (Thai LLM) เพื่อให้เก็บข้อมูลไว้ในประเทศไทย (data residency)