การพากย์ (Dubbing) กับห้องตัดต่อพากย์ (Dubbing Studio)
การพากย์แบบอัตโนมัติ (Dubbing) จะแปลเสียงพูดข้ามภาษาให้เราเลย และพยายามทำให้เสียงที่ออกมายังฟังเหมือนคนพูดคนเดิม ส่วนห้องตัดต่อพากย์ (Dubbing Studio) จะให้เราคุมงานได้ละเอียดขึ้นแบบเรียงเป็นเส้นเวลา คือแก้บทถอดเสียง (transcript), แก้คำแปล, ปรับจังหวะเวลาให้ตรงปาก (timing) และจัดการเสียงพูดทีละท่อน (segment) ได้ พร้อมมีแทร็กใส่เสียงประกอบ (SFX) แยกต่างหาก แต่มีเรื่องต้องระวัง คือตอนนี้ห้องตัดต่อพากย์อยู่ในโหมดที่กำลังจะเลิกพัฒนา (maintenance mode) แปลว่าเขาจะแก้แค่บั๊กที่ร้ายแรงจริง ๆ เท่านั้น ไม่มีฟีเจอร์ใหม่เพิ่มแล้ว คนที่เคยใช้อยู่ยังใช้ต่อได้ แต่ถ้าเริ่มงานใหม่ ระบบจะพาไปที่ Studio 3.0 แทน
ค่าเครดิตที่ต้องคิดเผื่อไว้
งานพากย์เป็นงานที่กินเครดิตต่อนาทีมากที่สุดในบรรดาทุกงาน อยู่ที่ประมาณ 2,000–10,000 เครดิตต่อนาที ขึ้นอยู่กับว่าเลือกให้มีลายน้ำ (watermark) ไหม และใช้ห้องตัดต่อหรือเปล่า เพราะฉะนั้นก่อนจะรับงานพากย์ ควรลองคำนวณดูก่อนว่าวิดีโอยาวกี่นาที คูณกับค่าเครดิตต่อนาที จะได้เลือกแพ็กเกจให้คุ้มและไม่เครดิตหมดกลางคัน
Studio 3.0: ที่รวมงานยาวไว้ที่เดียว
Studio 3.0 คือโปรแกรมตัดต่อ (editor) ที่จัดเรียงงานเป็นเส้นเวลา ใช้ได้ทั้งงานเสียงและวิดีโอ มีช่องแทร็กแยกกันสำหรับวิดีโอ คำบรรยาย เสียงบรรยาย เพลง และเสียงประกอบ (SFX) ตัวนี้เป็นตัวที่มาแทนของเดิมที่ชื่อ Projects สำหรับงานยาว ๆ เหมาะกับพวกหนังสือเสียง (audiobook), พอดแคสต์ (podcast) และงานผลิตแบบเต็มรูปแบบ แถมยังช่วยจัดการข้อความยาว ๆ ที่เกินโควตาต่อครั้งได้ ด้วยการซอยแบ่งเป็นท่อน ๆ ให้เอง