Perplexity คืออะไร: จาก Search Engine สู่ Answer Engine
รู้จักตัวจริงของเครื่องมือนี้ก่อนลงมือใช้
🎯 วัตถุประสงค์การเรียนรู้
- อธิบายได้ว่าเครื่องมือตอบคำถาม (answer engine) คืออะไร และต่างจากเครื่องมือค้นหาอย่าง Google กับแชทบอตอย่าง ChatGPT ล้วน ๆ ตรงไหน
- บอกได้ว่า Perplexity ทำงานสามส่วนหลัก คือ ค้นเว็บแบบสด ๆ + สรุปคำตอบให้ + แปะแหล่งอ้างอิง (citation) กำกับ
- บอกได้ว่างานแบบไหนเหมาะและงานแบบไหนไม่เหมาะกับ Perplexity
เนื้อหา
Perplexity เป็น "เครื่องมือตอบคำถาม" (answer engine) พูดง่าย ๆ คือเราถามเป็นภาษาคนปกติได้เลย แล้วมันจะไปค้นเว็บสด ๆ อ่านข้อมูลจากเว็บจริง ๆ แล้วเขียนคำตอบกลับมาให้ พร้อมแปะเลขอ้างอิง [1][2] (citation ก็คือการบอกว่าคำตอบตรงนี้เอามาจากเว็บไหน) โยงกลับไปหาต้นทางให้ด้วย จุดแข็งของมันคือคำถามแนว "อะไรคือเรื่องจริง / มีข่าวอะไรล่าสุด / ขอแหล่งอ้างอิงหน่อย" ต่างจาก Google ที่โยนลิงก์มาให้เราสิบอันแล้วให้ไปนั่งอ่านเอง และต่างจากแชทบอตที่ตอบจากความจำในตัวโมเดลโดยไม่ได้ไปค้นเว็บ ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่เหมาะกับงานเขียนสร้างสรรค์ยาว ๆ หรืองานสวมบทบาทที่ตัวละครมีบุคลิกซับซ้อน
คำตอบสั้น ๆ ที่บอกตัวเลขล่าสุดพร้อมเลขอ้างอิง [1][2] โยงไปหาแหล่งอย่างกระทรวงพาณิชย์หรือธนาคารแห่งประเทศไทย แถมเทียบให้ด้วยว่าต่างจากเดือนก่อนแค่ไหน
ให้เห็นว่า Perplexity ตอบพร้อมแหล่งมาให้ทันที ต่างจากแชทบอตที่อาจตอบตัวเลขเก่า ๆ จากข้อมูลตอนที่มันถูกฝึกมา จุดที่อยากให้จำคือ ตัวเลขที่ "สด" ใหม่ได้เพราะมันไปค้นเว็บมา ไม่ได้ตอบจากความจำในตัวโมเดล
Perplexity ทำได้อยู่หรอก แต่ไม่ใช่ของถนัด คำตอบมักออกมาสั้น ๆ และตัวละครขาดความต่อเนื่องด้านบุคลิก ถ้าเทียบกับแชทบอตที่ถนัดงานเขียนโดยเฉพาะ
อยากให้รู้ขอบเขตของมันว่า งานเขียนสร้างสรรค์ยาว ๆ กับการรักษาบุคลิก/โทนของแบรนด์ให้เหมือนเดิมข้ามหลาย ๆ ครั้งที่คุย (ข้ามเซสชัน) ไม่ใช่จุดแข็งของ Perplexity งานแบบนี้ควรใช้โหมดเขียน (Writing focus) หรือเครื่องมือตัวอื่นแทน
แบบฝึกหัดท้ายโมดูล
- ลองเขียนคำถามเชิงข้อเท็จจริงจากงานของตัวเอง 3 ข้อ แล้วเอาไปทดสอบใน Perplexity เทียบกับ Google จดไว้ว่าอันไหนได้คำตอบพร้อมแหล่งเร็วกว่ากัน
- ทำตารางแยกงาน 5 อย่างในชีวิตการทำงานของตัวเอง ว่างานไหน "เหมาะ" และงานไหน "ไม่เหมาะ" กับ Perplexity พร้อมบอกเหตุผล