← กลับหน้าภาพรวม
🛠 เทียบเครื่องมือ · TOOLS 2026

เทียบผู้ช่วย AI ทำงาน 2026

หน้ารวมเทียบผู้ช่วย AI (AI assistant) ที่คนทำงานไทยใช้จริงในปี 2025–2026 ทั้ง ChatGPT, Copilot, Gemini, Claude และเครื่องมือเฉพาะทางอย่าง Notion AI, NotebookLM, Gamma และผู้ช่วยจดประชุม ดูกันตรง ๆ ว่าตัวไหนเก่งงานอะไร ราคาเท่าไร เชื่อมกับชุดออฟฟิศ (office suite) ที่คุณใช้อยู่ได้ไหม ปลอดภัยกับข้อมูลบริษัทและ PDPA แค่ไหน และรองรับภาษาไทยดีพอหรือยัง.

📊 4 ตารางเทียบ🇹🇭 อ้างอิงราคาปี 2026

อ่านหน้านี้ยังไงให้เลือกถูก

ก่อนจะไปดูตาราง ขอบอกกติกาสั้น ๆ ก่อน เพราะ "ตัวที่ดีที่สุด" ไม่มีจริง มีแต่ "ตัวที่เหมาะกับงานและระบบที่คุณใช้อยู่ที่สุด" เท่านั้น. หลักคิดง่าย ๆ คือ เลือกตาม stack ก่อน แล้วค่อยเลือกตามงาน — ถ้าออฟฟิศคุณใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว การไปหยิบ Copilot มักคุ้มกว่า เพราะมันฝังอยู่ใน Word/Excel/Outlook/Teams ที่คุณเปิดอยู่ทุกวัน ไม่ต้องก๊อปไปวางไปมา; ถ้าใช้ Google Workspace ก็ Gemini เป็นตัวเลือกธรรมชาติ. ส่วนงานคิด งานเขียนยาว ๆ หรืออ่านเอกสารหนา ๆ หลายคนยังชอบเปิด ChatGPT หรือ Claude ไว้อีกแท็บเป็น "สมองสำรอง".

เรื่องราคา ทุกตัวในหน้านี้มี รุ่นฟรี (free tier) ให้ลองก่อน แต่รุ่นฟรีมักจำกัดจำนวนข้อความต่อวัน ใช้โมเดลรุ่นเล็กกว่า และ ที่สำคัญคือมักไม่มีสัญญาว่าจะไม่เอาข้อมูลคุณไปเทรน ต่างจากบัญชีองค์กร (enterprise/business) ที่การันตีเรื่องนี้ในสัญญา — จุดนี้แหละที่ทำให้เรื่อง "ฟรี" มีต้นทุนแฝงสำหรับข้อมูลบริษัท เดี๋ยวลงรายละเอียดในหัวข้อ PDPA ท้ายหน้า.

เรื่องราคาต้องเช็กเอง: ตัวเลขในหน้านี้เป็นราคาต่อผู้ใช้ต่อเดือนโดยประมาณช่วงปี 2026 (แปลงบาทแบบคร่าว ๆ) ผู้ให้บริการปรับราคา ปรับชื่อแพ็กเกจ และย้ายฟีเจอร์ข้ามแพ็กเกจกันบ่อยมาก ก่อนสมัครจริงให้เปิดหน้าราคาทางการและเช็ก VAT 7% กับการเรียกเก็บเงินสกุลดอลลาร์ที่บัตรอาจบวกค่าแปลงสกุลอีกราว 2–3%.

ตารางที่ 1 — ผู้ช่วย AI สารพัดประโยชน์ (แชตทั่วไป)

สี่ตัวนี้คือ "แชตบอตเอนกประสงค์" ที่รับงานได้เกือบทุกอย่าง ตั้งแต่ร่างอีเมล สรุปเอกสาร ไปจนถึงช่วยคิดวิเคราะห์ ความต่างอยู่ที่บุคลิก จุดแข็ง และที่สำคัญคือมันฝังอยู่ในเครื่องมือที่คุณใช้อยู่หรือเปล่า.

เครื่องมือราคาโดยประมาณจุดเด่นที่ควรใช้เชื่อมชุดออฟฟิศภาษาไทย
ChatGPT
OpenAI
ฟรี · Plus ~$20 (≈700฿) · Team ~$25–30/คน · Enterprise คุยราคาอเนกประสงค์ที่สุด งานเขียน คิดวิเคราะห์ สร้างภาพ ค้นเว็บ และมี Custom GPT (ผู้ช่วยเฉพาะงานที่เราตั้งเอง) กับ Projects จัดกลุ่มงานไม่ฝังในออฟฟิศ ต้องสลับแท็บ แต่มีปลั๊กอิน/แอปเดสก์ท็อปช่วย ไทยดีมาก
Microsoft 365 Copilot
Microsoft
~$30/คน (≈1,050฿) ต้องมี M365 Business อยู่ก่อน · มี Copilot Chat ฟรีในบางแผนเก่งเมื่อทำงานในไฟล์จริง ร่างใน Word สรุปเธรด Outlook สรุปประชุม Teams ทำสไลด์จากเอกสาร ดึงข้อมูลจากไฟล์บริษัทผ่าน Graph ฝังใน Word/Excel/Outlook/Teams/PowerPoint ไทยดี
Gemini
Google
ฟรี · Google AI Pro (One) ~650฿ · Gemini รวมมาในแผน Workspace Business/Enterprise แล้วในหลายแพ็กเกจฝังใน Gmail/Docs/Sheets/Slides/Meet รับไฟล์ยาวได้เยอะ (context ใหญ่) และเชื่อมกับ Search ค้นข้อมูลสด ฝังใน Google Workspace ไทยดี
Claude
Anthropic
ฟรี · Pro ~$20 (≈700฿) · Team ~$25–30/คน · Enterprise คุยราคาเด่นงานเขียนยาวโทนเป็นธรรมชาติ อ่านเอกสารหนา ๆ สรุปไฟล์ใหญ่ และมี Projects กับ Artifacts (พื้นที่แสดงผลงานที่แก้ต่อได้)ไม่ฝังในออฟฟิศ ใช้ผ่านเว็บ/แอป/ปลั๊กอินบางตัว ไทยดีมาก

เคล็ดคนงบน้อย: ไม่ต้องซื้อทุกตัว เริ่มจากรุ่นฟรีของตัวที่ฝังในออฟฟิศคุณ (Copilot Chat หรือ Gemini) แล้วเปิด ChatGPT หรือ Claude ฟรีไว้อีกแท็บสำหรับงานคิดหนัก ๆ พอเจองานที่ต้องทำซ้ำทุกวันและเสียดายเวลาจริง ค่อยอัปเป็นรุ่นเสียเงินเฉพาะตัวที่คุ้มที่สุด แล้ววัด before/after ว่าประหยัดเวลาได้กี่นาทีต่อสัปดาห์.

เลือกตาม stack ที่ออฟฟิศคุณใช้อยู่

วิธีที่พลาดยากที่สุดคือเลือกตามระบบที่บริษัทใช้อยู่แล้ว เพราะผู้ช่วยที่ฝังในเครื่องมือเดิม (native) คนจะยอมใช้เร็วกว่าและได้ผลตอบแทนคุ้มกว่ามาก เนื่องจากไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมและไม่ต้องก๊อปข้อมูลออกไปข้างนอก.

🟦

ใช้ Microsoft 365

ไปทาง Copilot เป็นหลัก เพราะฝังใน Word/Excel/Outlook/Teams ที่เปิดอยู่ทุกวัน สรุปประชุม Teams และดึงข้อมูลจากไฟล์บริษัทผ่าน Microsoft Graph ได้ตรง ๆ เสริมด้วย ChatGPT หรือ Claude ฟรีไว้คิดงานยาก

🟨

ใช้ Google Workspace

ไปทาง Gemini เพราะฝังใน Gmail/Docs/Sheets/Slides/Meet และสรุปประชุม Meet ได้ในตัว เสริม NotebookLM (ของ Google เอง) สำหรับถามคลังเอกสาร และ Gamma สำหรับสไลด์สวย ๆ

🟩

ไม่ผูกกับค่ายไหน / SME เล็ก

เลือก ChatGPT หรือ Claude รุ่น Plus/Pro เป็นเครื่องมือหลัก เพราะยืดหยุ่นและตั้งผู้ช่วยเฉพาะงานได้ เสริม Notion AI ถ้าทีมจดโน้ตใน Notion และผู้ช่วยประชุมแยกอย่าง Fireflies/Otter

ตารางที่ 2 — เครื่องมือเฉพาะทาง

นอกจากแชตทั่วไป มีเครื่องมือที่ออกแบบมาเจาะงานเฉพาะ ทำงานนั้น ๆ ได้ลื่นกว่าแชตเอนกประสงค์เยอะ ถ้างานคุณตรงกับมัน ก็คุ้มที่จะมีติดไว้.

เครื่องมือทำอะไรราคาโดยประมาณเหมาะกับใคร
Notion AIผู้ช่วยในตัว Notion ช่วยร่าง สรุป จัดโน้ต และถามคลังเอกสารในเวิร์กสเปซของทีม (second brain)เป็นแอดออนต่อผู้ใช้ ~$8–10/คน (บางแผนรวมมาให้แล้ว)ทีมที่จดงาน วิกิ และเอกสารไว้ใน Notion อยู่แล้ว
NotebookLM
Google
อัปโหลดเอกสาร/คลิป/ลิงก์ แล้วถาม-ตอบโดยอิงเฉพาะแหล่งที่เราให้ (grounded) พร้อมอ้างอิงจุดที่มา แถมสรุปเป็นพอดแคสต์เสียงได้ฟรี · รุ่น Plus ผูกกับ Google One / Workspaceคนอ่านงานวิจัย รายงานยาว หรือรวมความรู้หลายไฟล์มาถามทีเดียว
Gammaพิมพ์โครงเรื่องแล้วปั้นเป็นสไลด์/เว็บเพจสวย ๆ อัตโนมัติ แก้เลย์เอาต์ง่าย เหมาะทำพรีเซนต์เร็วฟรี (มีลายน้ำ) · Plus ~$8 · Pro ~$15/เดือนคนทำสไลด์บ่อยและอยากได้งานสวยเร็วโดยไม่ต้องจัดหน้าเอง
ผู้ช่วยประชุม
Otter / Fireflies
เข้าร่วมประชุมออนไลน์ ถอดเสียงเป็นข้อความ สรุปประเด็น และดึง action item แยกว่าใครรับงานอะไรฟรี (จำกัดนาที) · Pro ~$8–19/คน/เดือนคนประชุมเยอะ โดยเฉพาะทีมที่ไม่ได้ใช้ Teams/Meet ที่มีสรุปในตัว

ระวังเรื่องอัดเสียงประชุม: ผู้ช่วยประชุมแบบ "บอตเข้ามานั่งฟัง" จะบันทึกเสียงทุกคนในห้อง ตาม PDPA เสียงคือข้อมูลส่วนบุคคล ควร แจ้งและขอความยินยอมทุกคนก่อนกดอัด โดยเฉพาะเมื่อมีลูกค้าหรือคนนอกร่วมประชุม อย่าปล่อยบอตเข้าเงียบ ๆ เพราะนอกจากผิดมารยาทแล้วยังเสี่ยงเรื่องกฎหมายด้วย.

ตารางที่ 3 — เลือกตามงานที่ต้องทำ

ถ้าไม่อยากอ่านสเปกทั้งหมด ให้ดูจากงานที่คุณทำบ่อยที่สุด แล้วหยิบตัวที่แนะนำไปลองก่อน (✔ = เหมาะมาก, ▲ = พอใช้แต่มีข้อจำกัด). ตารางนี้เป็นคำแนะนำกว้าง ๆ ของจริงขึ้นกับ stack และรุ่นที่คุณจ่าย.

งานChatGPTCopilotGeminiClaudeอื่น ๆ
ร่าง/ตอบอีเมล ใน Outlook ใน Gmail
สรุปไฟล์ยาว/PDFNotebookLM
วิเคราะห์ Excel/Sheets อัปไฟล์ ใน Excel ใน Sheets
ทำสไลด์ ใน PowerPoint ใน SlidesGamma
สรุปประชุม ใน Teams ใน MeetOtter/Fireflies
งานเขียนยาว/คิดวิเคราะห์
ค้นข้อมูลอ้างอิงได้ search + SearchPerplexity
ถามคลังเอกสารทีม Projects Graph ProjectsNotebookLM / Notion AI

ความปลอดภัยข้อมูลบริษัท & PDPA

นี่คือหัวข้อที่คนไทยพลาดกันบ่อยที่สุด และเป็นเหตุผลว่าทำไม "ของฟรี" ถึงไม่ฟรีจริงสำหรับข้อมูลงาน. หลักที่ต้องจำคือ รุ่นฟรีของแทบทุกเจ้าไม่รับประกันว่าจะไม่นำข้อมูลที่คุณพิมพ์ไปใช้ปรับปรุงโมเดล (training) ขณะที่บัญชีองค์กร (Enterprise/Business/Team) จะมีข้อสัญญาชัดว่า ไม่เอาข้อมูลไปเทรน (no-training) และข้อมูลอยู่ในขอบเขตองค์กร ต่างกันคนละเรื่องเมื่อพูดถึงข้อมูลลูกค้า สัญญา หรือตัวเลขภายใน.

ระดับบัญชีเอาข้อมูลไปเทรนไหมใส่ข้อมูลบริษัท/ลูกค้าได้แค่ไหน
รุ่นฟรี อาจใช้เทรน (ปิดได้บางเจ้าแต่ต้องไปตั้งเอง)ใส่ได้แค่ข้อมูลสาธารณะ/สมมติ ห้ามใส่ข้อมูลจริงที่ระบุตัวตนได้
Plus/Pro (รายบุคคล) มักไม่เทรน แต่ยังเป็นบัญชีส่วนตัว ควบคุมระดับองค์กรไม่ได้งานส่วนตัวได้ แต่ยังไม่ควรใส่ความลับบริษัทที่อ่อนไหว
Team/Business/Enterprise ไม่เทรนโดยดีฟอลต์ มีข้อสัญญารองรับใส่ข้อมูลงานได้ตามนโยบายองค์กร มีการควบคุมสิทธิ์และบันทึกการใช้งาน

ก่อนใส่ข้อมูลอะไรลงไป ให้ถามตัวเองสั้น ๆ ว่า "ถ้าข้อความนี้หลุดออกไปข้างนอก จะเดือดร้อนไหม" ถ้าตอบว่าใช่ ต้อง ลบข้อมูลระบุตัวตนออกก่อน (anonymize) หรือใช้บัญชีองค์กรที่การันตี no-training เท่านั้น. ลองใช้ prompt ข้างล่างช่วยทำให้เป็นนิสัย.

Prompt: ตรวจข้อมูลอ่อนไหวก่อนส่งเข้า AI
ช่วยตรวจข้อความต่อไปนี้ว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลหรือความลับบริษัทที่ไม่ควรส่งเข้าเครื่องมือภายนอกไหม เช่น ชื่อ-สกุลจริง เลขบัตรประชาชน เบอร์โทร อีเมลลูกค้า เลขสัญญา ตัวเลขยอดขาย ถ้ามี ให้ทำสองอย่าง: (1) ไฮไลต์เป็นรายการว่าเจออะไรบ้าง (2) เสนอเวอร์ชันที่แทนด้วยตัวแปร เช่น [ชื่อลูกค้า] [ยอด] เพื่อให้ผมนำไปใช้ต่อได้อย่างปลอดภัย ข้อความคือ: """[วางข้อความ]"""
✅ ผลลัพธ์ที่ได้

รายการจุดเสี่ยง เช่น "เจอชื่อลูกค้า 2 จุด, เบอร์โทร 1 จุด" พร้อมข้อความเวอร์ชันที่แทนค่าด้วยตัวแปรแล้ว ปลอดภัยพอจะเอาไปให้ AI ทำงานต่อ

💡 จุดสอน

ทำ prompt นี้ให้เป็น Custom GPT/Gem ประจำ ก่อนจะก๊อปงานเข้าเครื่องมือใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะถ้ายังใช้บัญชีฟรี — ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าตามลบทีหลัง

วิธีเลือกและวางเครื่องมือให้ทีม (5 ขั้น)

ถ้าคุณเป็นคนวางระบบให้ทีม อย่าเพิ่งซื้อไลเซนส์ยกออฟฟิศ ให้ไล่ 5 ขั้นนี้เพื่อไม่ให้เสียเงินฟรีกับเครื่องมือที่คนไม่ได้ใช้.

  1. ดู stack ก่อน: เช็กว่าทีมใช้ M365 หรือ Google Workspace แล้วเริ่มจากผู้ช่วยที่ฝังในนั้น (Copilot/Gemini) เพราะ adoption จะเร็วที่สุด
  2. เลือก 1–2 งานนำร่อง: หยิบงานที่ทำซ้ำบ่อย เสียเวลามาก และความเสี่ยงต่ำ เช่น สรุปประชุม หรือร่างอีเมลตอบลูกค้า แล้วจับเวลา before/after
  3. ทดลองรุ่นฟรี/ทดลองใช้ก่อน: ให้ทีมเล็ก ๆ 3–5 คนลองจริง 2–4 สัปดาห์ เก็บฟีดแบ็กว่าเวลาที่ประหยัดคุ้มค่าไลเซนส์ไหม
  4. ตั้งกติกาข้อมูลก่อนขยาย: ระบุชัดว่าอะไรห้ามใส่ AI, ใช้บัญชีองค์กร no-training, และตั้ง human-review gate ให้คนตรวจงาน AI ก่อนส่งเสมอ
  5. ขยายทีละงาน: เห็นผลชัดตัวไหนค่อยซื้อไลเซนส์เพิ่มเฉพาะกลุ่มนั้น ทำคลัง prompt กลางของทีมไว้ แล้วค่อยเก็บงานถัดไป อย่าซื้อยกออฟฟิศตั้งแต่ยังไม่มีตัวเลขยืนยัน

อย่ายึดหน้านี้เป็นสัจธรรม: ตลาดผู้ช่วย AI เปลี่ยนเร็วมาก ชื่อรุ่น ราคา และฟีเจอร์ขยับกันเกือบทุกไตรมาส หน้านี้ให้ไว้เป็นกรอบคิดสำหรับปี 2026 ก่อนตัดสินใจจริงให้เปิดหน้าราคาทางการและทดลองใช้เองเสมอ เพราะงานและทีมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน.

← กลับหน้าภาพรวมหลักสูตร AI Productivity