Google AI Studio และ Gemini API: เริ่มต้นพัฒนา
ลองร่างคำสั่ง (prompt) ขอกุญแจเชื่อมต่อ (API key) แล้วเรียกใช้ AI ผ่านโค้ด
🎯 วัตถุประสงค์การเรียนรู้
- ใช้ Google AI Studio ลองร่างคำสั่ง (prompt) ลองเล่นกับ AI แล้วขอกุญแจเชื่อมต่อ (API key) มาใช้
- ลองเรียกใช้ Gemini API แบบง่าย ๆ และเข้าใจว่าแพ็กเกจฟรี (free tier) ใช้ได้แค่ไหน มีลิมิตจำนวนครั้งที่เรียกได้ต่อช่วงเวลา (rate limits) อย่างไร
- เลือกได้ว่าจะใช้ทางไหน ระหว่าง Gemini API (ai.google.dev เหมาะกับนักพัฒนาทั่วไป) กับ Vertex AI (เหมาะกับองค์กร)
เนื้อหา
Google AI Studio คือหน้าเว็บสำหรับลองเล่นกับ AI แบบใช้ฟรี ไว้ลองร่างคำสั่ง (prompt) ลองใช้งาน AI และขอกุญแจเชื่อมต่อ (API key) เอาไว้ต่อกับโค้ดของเรา ถือเป็นจุดเริ่มต้นของคนที่จะเอาไปเขียนโปรแกรม ส่วน Gemini API (ai.google.dev) คือช่องทางให้โค้ดของเราคุยกับ AI ได้โดยตรง มีแพ็กเกจฟรี (free tier) ให้ลองใช้ แต่มีลิมิตจำนวนครั้งที่เรียกได้ต่อช่วงเวลา (rate limits) ถ้าเป็นองค์กรที่อยากได้กติกาการใช้งานที่รัดกุมกว่า (governance) และมีการรับประกันคุณภาพบริการ (SLA) ที่สูงขึ้น ก็ให้ไปใช้ Vertex AI (ผ่าน Google Cloud) แทน นอกจากนี้ยังมี Gemini CLI และ Antigravity IDE (เริ่มมีตั้งแต่ พ.ย. 2025) ที่เอาไว้ให้ AI ช่วยเขียนโค้ดแบบทำงานเองต่อเนื่องหลายขั้น (agentic coding)
ได้ข้อความสรุป 3 ข้อภาษาไทยกลับมาผ่าน API พร้อมเห็นโครงสร้างการเรียกใช้ (client/model/contents)
ให้เห็นหน้าตาการเรียก API จริง ๆ ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง (client, model id, contents) และแนะนำว่าควรลองใน AI Studio ให้ได้ผลดีก่อน แล้วค่อยย้ายมาเขียนเป็นโค้ด รวมถึงเตือนให้ระวังลิมิตจำนวนครั้งที่เรียกได้ (rate limits) ของแพ็กเกจฟรีด้วย
แบบฝึกหัดท้ายโมดูล
- ใน AI Studio ลองเขียนและทดสอบคำสั่งหลักที่ตั้งบุคลิกให้ AI (system instruction) สำหรับผู้ช่วยเฉพาะทางสักตัว แล้วกดส่งออก (export) ออกมาเป็นโค้ดเรียก API
- เขียนสคริปต์เรียก Gemini API ที่อ่านข้อความจากไฟล์เข้ามา สรุปเนื้อหา แล้วบันทึกผลลัพธ์ลงไฟล์ พร้อมเผื่อกรณีที่เกิดข้อผิดพลาด (error) และเจอลิมิตจำนวนครั้ง (rate limit) ไว้ด้วย